Vitamin C the best for you skin
By: Pakpilai Thavisin, M.D.
เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงเคยได้ยินถึงสรรพคุณของ วิตามินซีว่ามีผลให้ผิวพรรณสดชื่น แจ่มใส ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่อาจจะสงสัยว่าจริงหรือ และจะใช้อย่างไรจึงจะเห็นผลทันตาทันใจ วิตามินซีในรูปแบบ Active fromแบบที่ออกฤทธิ์กับร่างกายเราได้จริง ๆ นั้นเรียกว่า Ascorbic Acid หรือกรดวิตามินซี ซึ่งมีให้ใช้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ที่อยู่ในครีมบำรุง ไปจนถึงยากินและยาฉีด ลองมาดูเรื่องของครีมบำรุงผิวกันก่อนนะคะ
ความจริงแล้วเครื่องสำอางค์หลากหลาย ที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป และโฆษณาว่ามีส่วนผสมของวิตามินซีนั้น เอาเข้าจริง ๆ ไม่ใช่วิตามินซีบริสุทธิ์ หรือกรดวิตามินซี ที่จะออกฤทธิ์กับผิวพรรณได้ทันที ทั้งนี้เพราะเจ้า Ascorbic Acid นั้นใจเสาะ สลายตัวง่าย สัมผัสกับแสงหรือออกซิเจนก็หายตัวไปหมดเรียบร้อย
นักเวชสำอางค์ก็เลยต้องเอากรดวิตามินซี ไปจับกับเกลืออะไรบางอย่าง เช่นเกลือโซเดียม ได้เป็นโซเดียม แอสโคเบท เพื่อที่จะผสมลงไปในครีมบำรุง และทำให้เกลือวิตามินซีมีชีวิตยืนยาว 2-3 ปีตามอายุการใช้งานของเครื่องสำอางค์ แต่จะว่าไปแล้ว เจ้าเกลือวิตามินซีนั้น ไม่สามารถให้ผลต่อผิวพรรณได้เหมือนกับกรดวิตามินซีโดยตรง หลายคนจึงรู้สึกผิดหวังว่า วิตามินซีในเครื่องสำอางค์ไม่เห็นดีสมราคาคุยเลย
ในปัจจุบันมีวิตามินซีของเวชสำอางค์จากต่างประเทศ ที่แยกส่วนที่เป็นผงเกลือวิตามินซีกับส่วนที่เป็นโซลูชั่น หรือน้ำยาบำรุงผิว และมีเอนไซม์ (Enzyme) หรือตัวช่วยย่อยให้เกลือวิตามินซีแตกตัวเป็นกรดวิตามินซี การที่แยกเกลือวิตามินซีออกจากโซลูชั่นนั้น ทำให้สามารถเก็บได้นานเป็นปี และเมื่อพร้อมจะเริ่มต้นใช้ก็นำส่วนที่เป็นผง และส่วนที่เป็นน้ำ มาเขย่าผสมเข้าด้วยกันเอนไซม์ ก็จะไปย่อยให้เกลือวิตามินซีแตกตัวออกมาเป็นกรดวิตามินซีเข้มข้น หรือ Active from ที่มีผลต่อผิวพรรณโดยตรง ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะอยู่ในคลีนิคแพทย์ ไม่อยู่ในเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์นะคะ ต้องได้รับคำแนะนำอย่างถูกวิธี ข้อดีก็คือ สามารถออกฤทธิ์มีผลโดยตรงต่อผิวพรรณ ใช้ไปเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์ ก็รู้สึกได้แล้วว่าผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ ริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็ก ๆ เลือนลางจางหาย เพราะวิตามินซีจำเป็นต่อการซ่อมแซมเสริมสร้างคอลาเจนและอีลาสติน เพิ่มความเข็งแรงในชั้นหนังแท้ ในขณะเดียวกันวิตามินซี ก็จะออกฤทธิ์โดยตรงต่อเซลล์สร้างสีผิว ช่วยให้ผิวดูเนียนขาวขึ้น รวมทั้งกระ ฝ้า จุดด่างดำ ก็ค่อย ๆ จางหายไป เห็นผลได้ชัดเจนกว่าเกลือวิตามินซี แต่ข้อเสียก็คือเมื่อแตกตัวออกมาเป็นกรดวิตามินซีเข้มข้นแล้วจำเป็นต้องเก็บให้พ้นแสงและความร้อน นั่นคือเก็บในตู้เย็น และมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมด วิตามินซีก็หายไปหมดแล้วค่ะ หากใช้ต่อก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด